วันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

สรุปองค์ความรู้จากการนำเสนอเทคนิคการประเมิน กลุ่ม 9 การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา (ภาษา) ฟัง พูด อ่าน เขียน การรู้หนังสือขั้นต้นของเด็กปฐมวัย

 

สรุปองค์ความรู้การนำเสนอ
เรื่อง การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา (ภาษา) ฟัง พูด อ่าน เขียน การรู้หนังสือขั้นต้นของเด็กปฐมวัย

    
                                                    รูปภาพ การเข้าร่วมการนำเสนอ


    
                                                รูปภาพ การทำแบบทดสอบ ก่อนทำกิจกรรม




                                              รูปภาพ การทำแบบทดสอบ หลังทำกิจกรรม

การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา (ภาษา) ของเด็กปฐมวัย

การนำเสนอเทคนิควิธี เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน

พัฒนาการทางสติปัญญานั้น คือความสามารถทางสมองของบุคคลที่แสดงออกในความสามารถ เช่นในการจำ การคิด ภาษา ความจำ การแก้ปัญหา และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ความสามารถทางสติปัญญาได้มาจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมซึ่งพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถวัดได้ด้วยเครื่องมือทดสอบทางด้านสติปัญญา

 

ลักษณะพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัยมีดังนี้

1.  พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 1 ปี

รู้จักเชื่อมโยงคำพูดกับการกระทำ ชอบฟังคำช้ำ ๆ เสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ รู้ว่าทำต่าง ๆ เป็นสัญลักษณ์ของวัตถุนั้น ๆ เริ่มพูดเป็นคำใหม่ ค้นหาที่ปิดช่อนจากสายตาได้ รู้จักชื่อตนเอง แสดงความคิด จินตนาการ

2.  พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 2 ปี

ด้านสติปัญญา เป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น สนใจกันคว้าสำรวจสิ่งต่าง ๆรอบตัว เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ โดยการเลียนแบบผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือเด็กอื่น

3.  พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 3 ปี

ด้านสติปัญญา เป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็นทุกอย่างรอบตัว สำรวจสิ่งต่าง ๆที่เหมือนกันและต่างกันได้ เรียนรู้จากการสังเกตและเลียนแบบผู้อื่น จำแนกสิ่งต่าง ๆด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า

4.  พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 4 ปี 

ด้านสติปัญญา บอกชื่อและนามสกุลของตนเอง เด็กในวัยนี้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยการจำแนกด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า สำรวจและทดลองเล่นกับสิ่งของหรือของเล่นต่าง ๆ ตามคิดของตนเอง พยายามแก้ปัญหาด้วยตนเองหลังจากได้รับคำชี้แนะ

5.  พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กระหว่าง 5-6 ปี

ด้านสติปัญญา สามารถฟังเรื่องราวและถ่ายทอดให้ผู้อื่นฟังได้ บอกชื่อ นามสกุล และอายุของตนเอง สร้างผลงานตามความคิดของตนเอง โดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นและแปลกใหม่ พยายามหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง

 

ความสำคัญของพัฒนาการด้านสติปัญญา

ความสำคัญของพัฒนาการด้านสติปัญญา แบ่งออกเป็น 6 ส่วน ดังนี้

1.      การคิด

2.      การใช้ภาษาในการสื่อสาร ด้วยการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน

3.      การสังเกต การจำแนก และการเปรียบเทียบ

4.      จำนวน ทั้งการนับจำนวนและการรู้ค่าของจำนวน

5.      มิติสัมพันธ์

6.      เวลา ใช้ในการเปรียบเทียบเวลาต่าง ๆ เรียงลำดับเหตุการณ์ และความเข้าใจเกี่ยวกับฤดูกาล

 

การส่งเสริมทักษะทางภาษา เป็นการฝึกให้เด็กได้เปล่งเสียง เลียนเสียงพูดของผู้คน เสียงสัตว์ ต่าง ๆ รู้จักชื่อเรียกของตนเอง ชื่ออวัยวะส่วนต่าง 1 ของร่างกาย ชื่อพ่อแม่หรือผู้คนใกล้ชิดและชื่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ตลอดจนฝึกให้เด็กรู้จักสื่อความหมายด้วยคำพูดและท่าทางชี้ชวนและสนให้รู้จักชื่อเรียกสิ่งต่าง ๆ จากของจริง อ่านหนังสือนิทานภาพหรือร้องเพลงง่าย ๆ ให้เด็กฟัง

 

ความหมายของภาษาแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน การเขียน ซึ่งจะมีเนื้อหาที่แตกต่างกันออกไปในแต่ด้าน ดังนี้ การฟัง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้เสียงที่ได้ยิน การตระหนักถึงความหมายของเสียงนั้นในบริบทแวดล้อม และการตีความสิ่งที่ได้ยินโดยเชื่อมโยงกับความรู้เดิม การรวบรวมข้อมูล การจินตนาการหรือความชื่นชอบของเด็ก การพูด เป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสารกับผู้อื่น สาระที่เด็กควรเรียนรู้เพื่อให้สามารถสื่อสารกับผู้อื่นอย่างมีความหมาย และตรงตามความต้องการของเด็ก การอ่านเป็นกระบวนการที่เด็กใช้ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ และทำความเข้าใจความหมายที่ผู้เขียนต้องการถ่ายทอดผ่านสัญลักษณ์เหล่านั้น องค์ประกอบของการอ่านที่เด็กการเรียนรู้ การเขียน เป็นกระบวนการแสดงออกถึงความรู้สึก ความต้องการ และความคิดผ่านทางเครื่องหมายและสัญลักษณ์ต่าง ๆ องค์ประกอบของการเขียนที่เด็กควรเรียนรู้

ภาษามีความสำคัญต่อเด็กปฐมวัย เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดความคิด ช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางสังคม เกิดความอบอุ่น ทำให้เกิดแนวคิดสามารถสร้างจินตนาการขึ้นมาได้ เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ

องค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการทางด้านภาษานั้นมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างด้วยกัน เช่นสุขภาพร่างกาย สติปัญญา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทางกรรมพันธุ์หรือสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการเรียนก็ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางด้านภาษาของเด็กเป็นอย่างมาก

การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย

การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยเป็นการประเมินเด็กอย่างรอบด้านเป็นระบบคอบคลุมพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ตามสภาพจริงจากการผู้ปฏิบัติในกิจวัตรประจำวัน ซึ่งเป็นการประเมินเด็กเป็นรายบุคคล

หลักการประเมินพัฒนาการของเด็กตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 มีดังนี้

การประเมินพัฒนาการเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ควรประเมินให้ครอบคลุมทุกช่วงอายุ

1.  ประเมินพัฒนาการของเด็กทุกด้าน

2.  ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง

3.  ประเมินด้วยวิธีการที่หลากหลาย ซึ่งวิธีประเมินที่เหมาะสมกับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี มีการสังเกตพฤติกรรมของเด็กในกิจกรรมต่าง ๆ และกิจวัตรประจำวัน การบันทึกพฤติกรรม การสนทนา การสัมภาษณ์เด็กและผู้ใกล้ชิด และการวิเคราะห์ข้อมูลจากผลงานเด็ก

4. บันทึกพัฒนาการลงในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (เล่มสีชมพู) และใช้คู่มือการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานอื่น

5. นำผลที่ได้จากการประเมินพัฒนาการไปพิจารณาจัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้และมีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย

การประเมินพัฒนาการเด็กอายุ 3-6 ปี เป็นการประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกายอารณ์-จิตใจสังคมและสติปัญญาของเด็ก

1.  แผนการประเมินพัฒนาการอย่างเป็นระบบ

2.  วางแผนประเมินพัฒนาการเด็กครบทุกด้าน

3.  ประเมินพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องตลอดปี

4. ประเมินพัฒนาการตามสภาพจริงจากกิจกรรมประจำวันด้วยเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลายไม่ควรใช้แบบทดสอบ

5.  สรุปผลการประเมิน จัดทำข้อมูลและนำผลการประเมินไปใช้พัฒนาเด็ก

สำหรับวิธีการประเมินที่เหมาะสมและควรใช้กับเด็กอายุ 3-6 ปีได้แก่การสังเกต การบันทึกพฤติกรรมการสนทนากับเด็ก การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลจากผลงานเด็กที่เก็บอย่างมีระบบ

 

วิธีการประเมินผล

การประเมินจะประเมินตามสภาพจริงของผู้เรียน โดยการสังเกต สนทนา สัมภาษณ์เก็บรวบรวผลงานหรือชิ้นงานในรูปแบบแฟ้มสะสมผลงาน ที่ผู้เรียนแสดงออกเพื่อเป็นการเปรียบเทียบพัฒนาการของผู้เรียนในระดับต่อไป โดยมีวิธีการประเมินผลที่หลากหลาย ได้แก่

การสังเกตพฤติกรรมของเด็ก โดยครูเป็นผู้สังเกต ขณะเด็กทำกิจกรรม

การบันทึกพฤติกรรมของเด็ก โดยการสัมภาษณ์

สารสัมพันธ์ระหวางผู้ปกครองกับโรงเรียน โดยผ่านสมุดรายงานพฤติกรรม

สอบถามพฤติกรรมเด็กจากผู้ปกครองในวันนัดประเมินพัฒนาการ

การให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของเด็ก

การสนทนา โต้ตอบคำถาม และแสดงความคิดเห็นได้อย่างเหมาะสม

การนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน

การใช้แบบทบทวนเนื้อหาตามหน่วยการเรียนการสอน

การรวบรวมผลงานในรูปแบบของแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)

เครื่องมือสำหรับการประเมินพฤติกรรมด้านภาษาของเด็กปฐมวัย

แบบสังเกตพฤติกรรมด้านภาษา เป็นเครื่องมือที่มีการออกแบบสำหรับสังเกตพฤติกรรมทางภาษาที่ต้องการสังเกตได้ชัดเจน เป็นเครื่องมือที่ง่ายและสะดวกในการใช้ โดยสามารถกำหนดรายการพฤติกรรมทางภาษาที่ต้องการศึกษาอย่างเป็นลำดับชั้นทั้งเป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม เพื่อนำผลการสังเกตพัฒนาการและความก้าวหน้าทางภาษามาใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้และพัฒนาเด็ก ดังตัวอย่างแบบสังเกตพฤติกรรม

 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผลการประเมินงาน Blog

 รูปแบบการประเมินงาน Blog  ผลการประเมินงาน Blog