สรุปองค์ความรู้การนำเสนอ
เรื่อง การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา : ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย
การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา : ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยหลักการและวิธีการที่ใช้ในการประเมิน การนำเสนอเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน
ความหมายของความคิดสร้างสรรค์
หมายถึง เป็นความสามารถในการคิดสิ่งที่แปลกใหม่เป็นความสามารถที่จะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของความรู้ต่าง
ๆ ที่มีอยู่ในแง่มุม และเป็นกระบวนการใช้ความคิดหลายทิศทาง
ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จในการคิดแก้ปัญหา
ลักษณะพฤติกรรมของเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์
(1)
มีความอยากรู้อยากเห็น และสนใจสิ่งใหม่ๆ
(2)
ชอบซักถามสํารวจ ทดลอง
(3)
กล้าเสี่ยง
(4)
กล้าแสดงออก
(5)
มีความคิดริเริ่ม
(6)
ไม่ชอบคล้อยตามผู้อื่นนอย่างง่าย ๆ
(7)
กล้าและศรัทธาที่จะเผชิญกับสิ่งใหม่ๆ
(8)
มีความคิดยืดหยุ่นทั้งความคิดและการกระทําสามารถคิดดัดแปลงแก้ไขวิธีการและทํางานได้อย่างเหมาะสม
(9) ทํางานเพื่อความสุขของตนเองมิได้หวังผลตอบแทนหรือการยกย่องจากคนอื่น
องค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์
1.
ความคิดริเริ่ม (Originality)
2.
ความคิดกล่องแคล่ว (Fluency
3.
ความคิดยืดหยุ่น (Flexibility)
4.
ความคิดละเอียดละออ (Elaboratin)
กระบวนการคิดสร้างสรรค์เกิดจากการหยั่งรู้ (Intuition) มีขั้นตอน ดังนี้
1.
ขั้นเตรียม (The
stage of preparation) เป็นการรวบรวมประสบการณ์เก่า ๆ
มาลองผิดลองถูกและตั้งสมมติฐานเพื่อแก้ปัญหา
2.
ขั้นคิดแก้ปัญหา (The
stage of frustration) เป็นระยะที่เกิดความกระวนกระวายใจ
เกิดความรู้สึกเครียด
อันเนื่องมาจากการครุ่นคิดแก้ปัญหาแต่ยังคิดไม่ตก
3.
ขั้นเกิดความคิด (The
period of moment of insight)
เป็นระยะที่เกิดแนวความคิดแวบขึ้นมาในสมอง
คิดคำตอบได้ออกมาในทันทีทันใด
4.
ขั้นพิสูจน์ (The
stage of verification) เป็นระยะเวลาของการตรวจสอบ
ประเมินผลโดยใช้เกณฑ์
ต่างๆ
เพื่อตรวจดูว่าคําตอบที่ได้ถูกต้องหรือไม่
ความสําคัญของพัฒนาการด้านสติปัญญา
: ความคิดสร้างสรรค์
ความคิดสร้างสรรค์มีความสําคัญในการช่วยเหลือเด็กในด้านต่าง
ๆ ได้แก่
1.
ส่งเสริมสุนทรียภาพ เด็กจะรู้สึกชื่นชม
และมีทัศนคติที่ดีต่อสิ่งต่าง ๆ ซึ่งผู้ใหญ่ควรทำเป็นตัวอย่าง
โดยการยอมรับและชื่นชมในผลงานของเด็กการพัฒนา
สุนทรียภาพแก่เด็ก โดยให้เด็กเห็นว่าทุก ๆอย่างมีความหมาย
การส่งเสริมให้รู้จักสังเกต
สิ่งแปลกจากสิ่งธรรมดาสามัญให้ได้ยินในสิ่งที่ไม่เคยได้ยินและหัดให้เด็กสนใจในสิ่งต่าง
ๆ รอบตัว
2.
เป็นการผ่อนคลายอารมณ์ การทํางานสร้างสรรค์เป็นการผ่อนคลาย อารมณ์
ลดความกดดันความคับข้องใจ
และความก้าวร้าว
3.
สร้างนิสัยในการทํางานที่ดี ขณะที่เด็กทํางานครูควรสอนระเบียบ
และนิสัยที่ดีในการทํางานควบคู่ไปด้วย
เช่น หัดให้เด็กรู้จักเก็บของเป็นที่ ล้างมือเมื่อทํางาน เสร็จ เป็นต้น
4.
เป็นการพัฒนากล้ามเนื้อมือ เด็กจะสามารถพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ จากการเล่นการเคลื่อนไหวการ
เล่นบล็อก
และการพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก จากการตัด กระดาษ ประดิษฐ์ภาพ วาดภาพด้วยนิ้วมือการต่อภาพ
การเล่นกระดานตะปู
5.
เปิดโอกาสให้เด็กได้สํารวจ ค้นคว้า ทดลอง เด็กจะชอบทํากิจกรรม และใช้วัสดุต่าง ๆ
ช้าๆกัน
เพื่อสร้างสิ่งใหม่
ๆ ขึ้น ครูจึงควรจัดหาวัสดุต่าง ๆ ไว้ให้เด็ก ได้มีโอกาสพัฒนาการทดลองของตนเช่น
กล่องยาสีฟันเปลือกไข่ และเศษวัสดุเหลือใช้
เพื่อให้เขาฝึกสมมติเป็นนักก่อสร้างหรือสถาปนิก
ความคิดสร้างสรรค์
มีลักษณะสำคัญ 3 ประการ คือ
1.
เป็นความคิด ประดิษฐ์ หรือการทําที่แปลกใหม่ เป็นผลงานที่ริเริ่มเองไม่มีตัวอย่างไว้ให้มีประโยชน์
มีคุณค่า
2.
เป็นความคิดหรือการกระทําที่แก้ปัญหาได้โดยสามารถมองหาทางเลือกหลายทิศหลายทางในการ
แก้ปัญหา
3.
เป็นความคิดริเริ่มที่แสดงออกอย่างมีหลักเกณฑ์
มีความคงทนและสามารถดัดแปลงพัฒนาไป
จนถึงจุดที่สมบูรณ์ได้เด็กที่มีพัฒนาการค้านสติปัญญาเป็นอย่างดี
หรือที่เรามักเรียกว่า เด็กฉลาด จะเป็นเด็กช่างสังเกตเรียนรู้เร็วชอบตั้งคําถาม
ใช้คําศัพท์ได้มากและถูกต้อง มีความคิดเป็นของตัวเอง มีความจําดีชอบอ่านหนังสือ
ชอบเป็นผู้นําชอบแสดงความคิดเห็น ชอบวาดภาพตามความคิดของตัวเอง
มีความอยากรู้อยากเห็นชอบสํารวจชอบทดลองสิ่งต่าง ๆ ชอบคิดแก้ปัญหา มีจินตนาการ
และชอบสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆอย่างเป็นอิสระ
หลักการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา
: ความคิดสร้างสรรค์
สถานศึกษาที่จัดการศึกษาปฐมวัยควรคํานึงถึงหลักสําคัญของการดําเนินงานการประเมินพัฒนาการตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
สําหรับเด็กปฐมวัยอายุ 3-6 ปี ดังนี้
1.ผู้สอนเป็นผู้รับผิดชอบการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม
2.การประเมินพัฒนาการมีจุดมุ่งหมายของการประเมินเพื่อพัฒนาความก้าวหน้าของเด็กและสรุปผล
การประเมินพัฒนาการของเด็ก
ตัวบ่งชี้สภาพที่พึงประสงค์แต่ละวัยซึ่งกําหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย
3.
การประเมินพัฒนาการต้องมีความสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์
4.
การประเมินพัฒนาการเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ต้องดำเนินการ
ด้วยเทคนิควิธีการที่หลากหลาย
เพื่อให้สามารถประเมินพัฒนาการเด็กได้อย่างรอบด้านสมดุลทั้งด้านร่างกาย
อารมณ์
จิตใจสังคม และสติปัญญา รวมทั้งระดับอายุของเด็ก
โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเที่ยงตรง
ยุติธรรมและเชื่อถือได้
5.
การประเมินพัฒนาการพิจารณาจากพัฒนาการตามวัยของเด็กการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้และ
การร่วมกิจกรรมควบคู่ไปในกระบวนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามความเหมาะสมของแต่ละ
ระดับอายุและรูปแบบการจัดการศึกษา และต้องดําเนินการประเมินอย่างต่อเนื่อง
6.
การประเมินพัฒนาการต้องเปิด
โอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้สะท้อนและตรวจสอบผล
การประเมินพัฒนาการศึกษาควรจัดทําเอกสารบันทึกผลการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในระดับชั้นเรียนและระดับสถานศึกษา
แฟ้มสะสมงาน
ซึ่งเป็นอีกเทคนิควิธีหนึ่ง ที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลงาน การวาดภาพการตัด
ปะฉีกปะ การปั้น
การเล่นบล็อก ซึ่งผลงานดังกล่าวจะสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการทาง
ความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น