สรุปองค์ความรู้การนำเสนอ
เรื่อง การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา : พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย
การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา “พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย”
พหุปัญญา
หมายถึง ความสามารถทางปัญญาของคน ที่แสดงออกมา ในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะค้นหา แก้ปัญหา
และสร้างผลผลิตที่มีคุณค่า เป็นที่ ยอมรับของสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุม
โดยสมองแต่ละส่วนโดย แต่ละคนจะมีความสามารถที่แตกต่างกัน เด่นในบางด้าน และด้อยใน บางด้าน
สิ่งแวดล้อมและการอบรมเลี้ยงดูที่เหมาะสม จะช่วยส่งเสริมให้ พัฒนาความสามารถทางสติปัญญา
ในการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและ สังคม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเภทของพหุปัญญา
ปัญญาที่
1 ความฉลาดด้านภาษา (Linguistic) เด็กๆควรได้รับการกระตุ้นพัฒนาการด้านภาษา
เด็กที่มีความถนัดด้านภาษาจะสามารถเรียนรู้คําศัพท์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ปัญญาที่
2 ความฉลาดด้านคณิตศาสตร์และตรรกะ ( Logical-Mathematical) เป็นความ ฉลาดเชิงวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาด้วยการนําตรรกะมาคิดแก้ไขปัญหา
ได้อย่างเป็นลําดับขั้นตอน
ปัญญาที่
3 ความฉลาดด้านดนตรี (Musical) เด็ก ๆ
ที่มีความสนใจทางด้านดนตรีเขาจะมี ความว่องไวทางเสียงดนตรีเป็นการเพิ่มพูนสมองส่วนความจําได้เป็นอย่างดี
ปัญญาที่
4 ความฉลาดด้านร่างกาย (Bodlly-Kinesthetic) ความสามารถในการใช้ร่างกายของ
ตนแสดงความคิดความรู้สึก ได้แก่ นักแสดง นักแสดงท่าใบ้ นักกีฬา นักฟ้อนรำ เป็นต้น
ปัญญาที่
5 ความฉลาดด้านมิติสัมพันธ์ (Spatial) ปัญญาด้านการคิดใคร่ครวญและวิเคราะห์ตนเอง
จะช่วยให้เด็กมีสมาธิสามารถจดจําทิศทางได้
ปัญญาที่
6 ความฉลาดด้านมนุษยสัมพันธ์ (Interpersona) เป็นการเรียนรู้ปฏิสัมพันธ์และการเอาใจ
ใส่ต่อผู้อื่น เด็กที่ฉลาดด้านนี้จะมีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม
ปัญญาที่
7 ความฉลาดด้านเข้าใจตนเอง (Intrapersonal) เป็นความสามารถของบุคคลในการเข้าใจ
ตนเอง มีความมั่นใจในตนเอง เข้าใจถึงศักยภาพของตนเอง
ปัญญาที่
8 ความฉลาดด้านรู้จักธรรมชาติ (Natura lstic) เป็นปัญญาที่เด็กๆ
จะสังเกตเห็นรูปแบบ และคุณลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตต่างๆ
ชอบจัดระบบสิ่งของที่สะสมไว้
ปัญญาที่
9 ปัญญาด้านอัตภาวนิยม จิตนิยม หรือการดํารงคงอยู่ของชีวิต (Existential
intelligence) ชอบคิดสงสัยใคร่รู้ตั้งคําถามกับตัวเองในเรื่องความเป็นไปของชีวิตชีวิตหลังความตายเรื่องเหนือจริง
หลักการการประเมินพัฒนาการด้านพหุปัญญา
ตลอดเวลาที่ผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ต้องมีการประเมินผลตาม สถานการณ์จริง
โดยประเมินตลอดการจัดการเรียนรู้ของผู้สอนโดยการบันทึกผลการ สอนปัญหา
อุปสรรคและข้อเสนอแนะไว้หลังแผน การจัดการเรียนรู้และประเมินผล ผู้เรียนโดยเตรียมการล่วงหน้าว่าจะประเมินอะไร
ประเมินอย่างไร ประเมินเมื่อใด ประเมินใคร และประเมินโดยใคร
การประเมินจะประเมินตลอดเวลาที่จัดกิจกรรม การเรียนรู้
เทคนิควิธีที่เหมาะสม
ในการประเมิน พัฒนาการด้านพหุปัญญา
1.
การสังเกตพฤติกรรมเด็ก
ประเภทของการสังเกต
1.การสังเกตแบบบรรยาย
2.ระเบียบพฤติการณ์ ( Anecdoctal Record ) เป็นการบันทึกพฤติกรรมของเด็กตามที่สังเกตได้ในช่วงระยะ
เวลาสั้นๆ โดยบันทึกหลังจากพฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นและเป็นการบันทึกจากความทรงจำ
ข้อสำคัญของการสังเกต
จะต้องบันทึกตามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง
โดยไม่แทรกข้อคิดเห็นหรือการประเมินของผู้สังเกต เนื้อหาของบันทึกพฤติกรรมแบบนี้มีส่วนประกอบสำคัญ
คือ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดที่ไหน เมื่อไร
มีการพูดหรือการกระทำ อะไรเกิดขึ้นบ้าง
ข้อดีของการบันทึกการสังเกต
1.เด็กไม่จำ เป็นต้องใช้ความสามารถในการอ่านและเขียน
2.เด็กจะไม่รู้สึกว่าตนกำ ลังถูกสังเกต หรือถูกบันทึกข้อมูลอยู่
3.กิจวัตรประจำ วัน หรือตารางเวลาในการเรียน หรือการทำ
กิจกรรมของเด็กไม่มีการ
เปลี่ยนแปลง
4.ช่วยให้ครูได้ทราบข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับพฤติกรรมบางอย่างของเด็ก
5.เป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับจากนักการศึกษาปฐมวัยว่าเป็นวิธีที่เหมาะสม
2.การใช้แบบทดสอบ
การใช้แบบทดสอบการทดสอบ
เพื่อต้องการทราบความรู้สึกของเด็กปฐมวัยโดยการสร้างสถานการณ์ รูปภาพแล้วให้เด็กตอบโดยเลือกรูปที่แสดงอารมณ์ต่างๆเพื่อประเมินความรู้สึกนึกคิดของเด็กที่มีต่อ
เหตุการณ์ต่างๆ เช่นแบบทดสอบพัฒนาการด้านภาษาแบบทดสอบพัฒนาการด้านสติปัญญาแบบทดสอบ
พัฒนาการด้านสังคมแบบทดสอบทักษะพื้นมฐานทางคณิตศาสตร์
เกณฑ์การเลือกแบบทดสอบ
1. ความจำ เป็นของการใช้แบบทดสอบ
2. ลักษณะข้อมูลที่ต้องการ
3. ความเชื่อถือได้ ( Reliability ) และความเที่ยงตรง (
Validity ) ของแบบทดสอบ
4. ความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก
5. ความเหมาะสมและความสะดวกที่จะนำ ไปใช้
ประเภทของแบบทดสอบ
แบบทดสอบในระดับปฐมวัยแบ่ง
ออกเป็น 2
แบบ
1.แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น ( Teacher - made )
2. แบบทดสอบมาตรฐาน ( Standardized test)
3.
แบบสำรายการ
เป็นเครื่องมือที่ใช้ประกอบการสังเกตพฤติกรรมการปฎิบัติตามรายการที่แสดงไว้สังเกต
พฤติกรรมการปฏิบัติที่แสดงถึงพฤติกรรมที่ต้องการหรือคุณลักษณะของผู้เรียนในประเด็นที่กำหนด
การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ
/ แบบสำรวจรายการ (Checklists)
- ตั้งวัตถุประสงค์ ต้องการศึกษาอะไร
- สร้างแบบสำรวจรายการ
โดยใช้ทฤษฎีพัฒนาการเป็นหลัก
- ควรใช้ควบคู่กับแบบสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ
ข้อดีของการใช้แบบสำรวจรายการ
(Checklists)
ประหยัดเวลา บันทึกข้อมูลรวดเร็ว ยืดหยุ่นได้สะดวกต่อการทบทวน
วิเคราะห์และตีความข้อมูล สามารถทำ อย่างต่อเนื่อง ไม่จำ เป็นต้องเสร็จทันที
ไม่ซับซ้อน ง่ายต่อการฝึก บุคลากร/สามารถติดตามความก้าวหน้าพัฒนาการได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
.png)



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น