วันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

สรุปองค์ความรู้จากการนำเสนอเทคนิคการประเมิน กลุ่ม 4 การประเมินพัฒนาการด้าานอารมณ์ - จิตใจ

 .

สรุปองค์ความรู้การนำเสนอ
เรื่อง การประเมินพัฒนาการด้าานอารมณ์ - จิตใจ



                                                รูปภาพ การเข้าร่วมกิจกรรมการนำเสนอ


                                          

                                                         รูปภาพ การสะท้อนคิดจากวีดีโอ


                                                         รูปภาพ การทำแบบทดสอบ


                                             รูปภาพ แบบประเมินการนำเสนอด้านอารณ์ จิตใจ


    พัฒนาการทางอารมณ์-จิตใจ หมายถึง ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของการแสดงออกทางด้านอารมณ์รวมถึงความสามารถในการรับรู้อารมณ์ของตัวเองและผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์โกรธ กลัว อิจฉา อยากรู้อยากเห็น อารมณ์สนุกสนาน และอารมณ์รัก

ลักษณะพัฒนาการทางด้านอารมณ์ของเด็กปฐมวัยมี ดังนี้

    1. พัฒนาการทางอารมณ์เด็กวัย 1 ปี ด้านอารมณ์จิตใจ เด็กในช่วงนี้เริ่มรู้จักทำอะไรตามใจตนเอง ขัดใจจะโกรธ อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย แสดง อารมณ์เปิดเผยตามความรู้สึก มีปฏิกิริยาต่อต้านเมื่อไม่พอใจต้องการความเป็นตัวของตัวเอง

    2. พัฒนาการทางอารมณ์เด็กวัย 2 ปี ด้านอารมณ์ จิตใจ เด็กวัยนี้จะแสดงอารมณ์ ความรู้สึกต่างๆด้วยคำพูด อารมณ์มักจะขึ้นๆลงๆ มีความ เป็นตัวของตัวเอง เด็กในวัยนี้ถ้าได้รับการยอมรับหรือชมเชยจะมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง

    3. พัฒนาการทางด้านอารมณ์เด็กวัย 3 ปี ด้านอารมณ์ จิตใจ ร่าเริง แจ่มใส แสดงอารมณ์ตามความรู้สึกไม่ทำร้ายผู้อื่นเมื่อไม่พอใจ เริ่มมีความมั่นใจ ในตนเอง รู้จกเลือกเล่นสิ่งที่ตนชอบ สนใจ เล่นบทบาทสมมุติได้เด็กวัยนี้ชอบทำให้ผู้ใหญ่พอใจและได้รับคำชม

    4. พัฒนาการทางอารมณ์เด็กวัย 4 ปี ด้านอารมณ์ จิตใจ เป็นวัยที่ชอบท้าทายผู้ใหญ่ ต้องการให้มีคนฟัง คนสนใจ สามารถแสดงออกทาง อารมณ์ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่ทำร้ายผู้อื่นและไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ไม่แย่งสิ่งของหรือหยิบของผู้อื่นมา เป็นของตน    

    5. พัฒนาการทางอารมณ์เด็กวัยระหว่าง 5-6 ปี ด้านอารมณ์ จิตใจ แสดงอารมณ์ได้สอดคล้องกับสถนการณ์อย่างเหมาะสม ชื่นชมความสามารถและ ผลงานของตนเองและผู้อื่น ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางน้อยลง

    ลักษณะพัฒนาการทางด้านจิตใจของเด็กปฐมวัย

    3 ปี แรก เด็กเริ่มเลียนแบบพฤติกรรมการแสดงออกจากผู้ที่เด็กได้ใกล้ชิด บางครั้งเด็กแสดงพฤติกรรมไม่ถูกต้อง เพราะไม่เข้าใจในพฤติกรรมที่ตนได้กระทำ คิดว่าพฤติกรรมที่ผู้ใหญ่ทำเป็นพฤติกรรมที่ดี จึงเลียนแบบผู้ใหญ่

    3-6 ปี พัฒนาการทางด้านจิตใจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะเด็กสามารถใช้คําพูดที่มีความหมาย มีความชัดเจน มีการรับรู้ได้ดี เป็นวัยที่เด็กอยากรู้อยากเห็นมาก ทำให้พัฒนาการทางด้านจิตใจเกิดขึ้นได้   

         ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ  

    1.ลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรม            

    2.การอบรมเลี้ยงดูจากครอบครัวหรือสิ่งแวดล้อมที่เด็กได้รับจากครอบครัว การอบรมเลี้ยงดูแต่ละครอบครัวแตกต่างกัน จะมีผลต่ออารมณ์และจิตใจของเด็ก ดังนี้        

        1) บรรยากาศในการอบรมเลี้ยงดูและวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กของแต่ละครอบครั 

        2) ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว

        3) ความสม่ำเสมอและคงที่ในการอบรมเลี้ยงดู  

        4)  สภาพเศรษฐกิจของครอบครัว

        5)  แหล่งที่ตั้งของครอบครัว

        6)  การโยกย้ายของครอบครัว

    หลักการประเมินพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ ของเด็กปฐมวัย        

            การประเมินพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ประกอบด้วย การประเมินความสามารถในการแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม การมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มีความสนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว ซื่อสัตย์สุจริต มีเมตตากรุณา มีน้ำใจและช่วยเหลือแบ่งปัน มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และความรับผิดชอบ

    การประเมินพัฒนาการควรยึดหลัก ดังนี    

         1. วางแผนการประเมินพัฒนาการอย่างเป็นระบบโดยเริ่มต้นจากการศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย กำหนดวัตถุประสงค์ วิธีการและเครื่องมือการประเมินและเก็บรวบรวมข้อมูลแปลผลต่อไป         

2. ประเมินพัฒนาการเด็กครบทุกด้านซึ่งต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์แต่ละวัยที่กำหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา     

          3. ประเมินพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี  

          4.ประเมินพัฒนาการตามสภาพจริงจากกิจกรรมประจำวันด้วยเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย

          5. สรุปผลการประเมินจัดทำข้อมูลและนำผลการประเมินไปใช้พัฒนาเด็กเป็นรายบุคคลและใช้เป็นข้อมูล สื่อสารกับผู้ปกครองในการเสริมศักยภาพเด็กเป็นรายบุคคล    

        เทคนิควิธีและตัวอย่างที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ

          1. การสังเกต การสังเกตเป็นเครื่องมือวัดผลชนิดหนึ่งที่นิยมใช้มาก เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตันักเรียนแล้วจึงบันทึก ผลการสังเกตลงในแบบบันทึกข้อมูลในการเรียนการสอน สิ่งที่ครูจะสังเกตนักเรียน

          2. การสัมภาษณ์ ด้วยวิธีการพูดคุยกับเด็กเป็นรายบุคคลและควรจัดในสภาวะแวดล้อมเหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิด ความเครียด และวิตกกังวลผู้สอนควรใช้คำถามที่เหมาะสมเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดและตอบอย่างอิสระจะทำให้ ผู้สอนสามารถ ประเมินความสามารถทางสติปัญญาของเด็กแต่ละคนและค้นพบศักยภาพในตัวเด็กได้โดย บันทึก ข้อมูลลงในแบบ สัมภาษณ์ แบบสัมภาษณ์ที่ครูจะใช้สัมภาษณ์เด็กปฐมวัย ควรมีลักษณะต่างๆ ดังนี้ไม่ให้เกิด ความเครียด และวิตกกังวลผู้สอนควรใช้คำถามที่เหมาะสมเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดและตอบอย่างอิสระจะทำให้ ผู้สอนสามารถ ประเมินความสามารถทางสติปัญญาของเด็กแต่ละคนและค้นพบศักยภาพในตัวเด็กได้โดย บันทึก ข้อมูลลงในแบบ สัมภาษณ์ แบบสัมภาษณ์ที่ครูจะใช้สัมภาษณ์เด็กปฐมวัย ควรมีลักษณะต่างๆ ดังนี้ไม่ให้เกิด ความเครียด และวิตกกังวลผู้สอนควรใช้คำถามที่เหมาะสมเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดและตอบอย่างอิสระจะทำให้ ผู้สอนสามารถ ประเมินความสามารถทางสติปัญญาของเด็กแต่ละคนและค้นพบศักยภาพในตัวเด็กได้โดย บันทึก ข้อมูลลงในแบบ สัมภาษณ์ แบบสัมภาษณ์ที่ครูจะใช้สัมภาษณ์เด็กปฐมวัย ควรมีลักษณะต่างๆ ดังนี้    

                 1) ในการถามเด็ก ครูควรตั้งคำถามในลักษณะสนทนาและถามคำถามในเวลาเดียวกัน และในการถามควรจะถามด้วยภาษง่ายๆ เพราะในบางครั้งเด็กปฐมวัยอาจจะไม่เข้าใจคำถาม หรือไม่เข้าใจเรื่องราวที่ครูกำลังถามถามควรจะถามด้วยภาษง่ายๆ เพราะในบางครั้งเด็กปฐมวัยอาจจะไม่เข้าใจคำถาม หรือไม่เข้าใจเรื่องราวที่ครูกำลังถามถามควรจะถามด้วยภาษง่ายๆ เพราะในบางครั้งเด็กปฐมวัยอาจจะไม่เข้าใจคำถาม หรือไม่เข้าใจเรื่องราวที่ครูกำลังถาม

               2) ควรสร้างบรรยากาศที่ดีในการสัมภาษณ์ ซึ่งจะทำให้เกิดความไว้วางใจจากเด็ก และทำให้เด็กให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการสัมภาษณ์           

               3) ผู้สัมภาษณ์ จะต้องมีทักษะในการสังเกตและการฟังเป็นอย่างดี ซึ่งจะต้องมีการฝึกฝน การสนทนาประเมินข้อความที่ได้ฟังและสังเกตโดยใช้เหตุผล ไม่สอดใส่อารมณ์ หรือความเชื่อของตนเข้าไปด้วยพยายามชักจูงหัวข้อการพูดให้เข้าสู่จุดมุ่งหมายของการถามตามต้องการ และสังเกตพฤติกรรมของเด็กที่จุดสัมภาษณ์ด้วย ซึ่งจะช่วยให้การพิจารณาข้อมูลในการสัมภาษณ์ดียิ่งขึ้นสนทนาประเมินข้อความที่ได้ฟังและสังเกตโดยใช้เหตุผล ไม่สอดใส่อารมณ์ หรือความเชื่อของตนเข้าไปด้วยพยายามชักจูงหัวข้อการพูดให้เข้าสู่จุดมุ่งหมายของการถามตามต้องการ และสังเกตพฤติกรรมของเด็กที่จุดสัมภาษณ์ด้วย ซึ่งจะช่วยให้การพิจารณาข้อมูลในการสัมภาษณ์ดียิ่งขึ้นสนทนาประเมินข้อความที่ได้ฟังและสังเกตโดยใช้เหตุผล ไม่สอดใส่อารมณ์ หรือความเชื่อของตนเข้าไปด้วยพยายามชักจูงหัวข้อการพูดให้เข้าสู่จุดมุ่งหมายของการถามตามต้องการ และสังเกตพฤติกรรมของเด็กที่จุดสัมภาษณ์ด้วย ซึ่งจะช่วยให้การพิจารณาข้อมูลในการสัมภาษณ์ดียิ่งขึ้น    

               4) การบันทึกข้อมูลผลของการสัมภาษณ์ ควรทำทันทีเมื่อเสร็จการสัมภาษณ์ ควรบันทึกประเด็นสำคัญให้มากที่สุดเป็นได้สำคัญให้มากที่สุดเป็นได้

    3 แบบสำรวจรายการ โดยกำหนดประเด็นหรือพัฒนาการที่ต้องการสำรวจ (สอดคล้องกับสภาพที่พึงประสงค์หรือจุดประสงค์การเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้) ระบุชื่อ นามสกุลเด็ก วัน เดือน ปี เกิดไว้ล่วงหน้า มีการกำหนดรายการพฤติกรรมที่ต้องการสำรวจละเอียดขึ้น และกำหนดเกณฑ์ในการสำรวจพฤติกรรม

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผลการประเมินงาน Blog

 รูปแบบการประเมินงาน Blog  ผลการประเมินงาน Blog