สรุปองค์ความรู้การนำเสนอ
เรื่อง การพัฒนาการด้านร่างกาย (กล้ามเนื้อมัดใหญ่)
รูปภาพ การทำแบบทดสอบ
การประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย (กล้ามเนื้อมัดใหญ่) ของเด็กปฐมวัย
การนำเสนอเทคนิควิธี เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน
พัฒนาการด้านร่างกาย หมายถึงการเปลี่ยนแปลงด้านขนาด รูปร่าง ทรวดทรง และด้านอื่นๆของระบบร่างกายและโครงสร้างของร่างกาย เช่น การเปลี่ยนเปลี่ยนของขนาด รูปร่าง การขยายของทรวงอก หรือการเพิ่มประสิทธิภาพของหน้าที่ต่างๆที่เกี่ยวกับร่างกาย เป็นต้น
พัฒนาการด้านร่างกายของแต่ละช่วงวัย(กล้ามเนื้อมัดใหญ่)
พัฒนาการด้านร่างกายนี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ
1. พัฒนาการทางด้านปริมาณ ได้แก่ การเจริญเติบโตทางด้านร่างกาย เช่น ส่วนสูง ตัวโตขึ้น และมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น
2. พัฒนาการทางด้านคุณภาพ ได้แก่ ความสามารถในการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ เช่น การนั่ง การยืน การเดิน การวิ่ง และการกระโดด
ลักษณะพัฒนาการด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย แบ่งตามอายุของเด็กมีลักษณะ ดังนี้
1. พัฒนาการด้านร่างกายเด็กวัย 1 ปี
เด็กในวัยนี้มีพัฒนาการทางการเคลื่อนไหว เริ่มจากการคลานและเดินด้วยตนเองได้เมื่ออายุประมาณ 15 เดือน แต่การทรงตัวยังไม่ค่อยดี การใช้กล้ามเนื้อมือของเด็กในวัยนี้จะพบว่าเด็กสามารถเปิดประตูและเปิดดูรูปภาพในหนังสือได้โดยใช้มือข้างที่ชำนาญ
2. พัฒนาการด้านร่างกายเด็กวัย 2 ปี
เด็กวัยนี้สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ทุกส่วน ชอบเล่นของเล่นที่ออกแรงมากๆ เช่น เตะลูกบอล ตีและตอกด้วยค้อน เด็กวัยนี้สามารถเดินขึ้นลงบันไดได้เองแต่ต้องวางขาทั้ง 2 ข้าง บนขั้นบันไดเดียวกันก่อน จนอายุย่าง 3 ปี จะสามารถสลับเท้าขึ้นบันไดได้ วิ่งได้คล่องขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถหยุดได้ทันที การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก สามารถหยิบจับสิ่งของชิ้นเล็กๆแต่หลุดมือง่าย จับดินสอแทงใหญ่ๆได้ด้วยนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือ การประสานสัมพันธ์ระหว่างมือและนิ้วทำงานได้ดีสามารถต่อบล็อกได้ 4-8 ชิ้น
3. พัฒนาการด้านร่างกายเด็กวัย 3 ปี
เด็กวัยนี้กล้ามเนื้อแข็งแรง ชอบออกกำลังกาย สามารถบังคับการเคลื่อนไหวได้ดีมาก กระโดดหรือวิ่งก็ได้ ขี่จักรยาน 3 ล้อ กระโดดสูง กระโดดขาเดียว สามารถขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้ รับลูกบอลได้ด้วยมือทั้งสองข้าง และสามารถโยนลูกบอลระยะไกล 1 เมตรได้ เขียนรูปวงกลมตามแบบได้ และยังใช้กรรไกรด้วยมือข้างเดียวได้ ใช้มือหยิบจับอาหารตลอดจนใช้ช้อนตักอาหารเข้าปาก ช่วยตัวเองในการแต่งกาย เช่น ถอดและใส่กระดุมเสื้อได้เอง แต่ยังต้องการให้ผู้ใหญ่ช่วยเหลือ
4.พัฒนาการด้านร่างกายเด็กวัย 4 ปี
กล้ามเนื้อขาและแขนแข็งแรง การเคลื่อนไหวของร่างกายของเด็กวัยนี้ กระฉับกระเฉงไม่ชอบอยู่นิ่ง ปีนป่าย เต้นท่าทางต่างๆได้อย่างสนุกสนาน ใช้มือถนัดขึ้น หยิบวัตถุเล็กๆได้ สามารถวิ่งและหยุดได้คล่อง รับลูกบอลได้ด้วยมือทั้งสอง เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้ เขียนรูปสี่เหลี่ยมตามแบบได้ ตัดกระดาษเป็นเส้นตรงได้ สามารถช่วยตนเองเรื่องปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ เช่น การแต่งกาย การแปรงฟัน การหวีผม เป็นต้น
5. พัฒนาการด้านร่างกายเด็กวัยระหว่าง 5-6 ปี
สามารถควบคุมกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ได้ดี แต่รายละเอียดยังไม่ดีนัก เด็กวัยนี้สามารถฝึกพับกระดาษ ตัดกระดาษ และเล่นเกี่ยวกับการก่อสร้างได้ดี ผูกเชือกรองเท้า เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบและยังสามารถใช้กรรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้นโค้งที่กำหนดได้ สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ดี เช่นการอาบน้ำ สระผม แปรงฟัน ล้างมือ แต่งกาย ฯลฯ
คุณลักษณะตามวัยของพัฒนาการด้านร่างกาย (กล้ามเนื้อมัดใหญ่)
พัฒนาการด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย พิจารณาได้จากลักษณะต่าง ๆ 2 ประการ คือ สุขภาพอนามัยและการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม และพัฒนาการทางการเคลื่อนไหว
การประเมินการเจริญเติบโตทางด้านร่างกายพิจารณาจาก
1) น้ำหนักตัว
2) ความยาวหรือความสูง
3) การเพิ่มของไขมันใต้ผิวหนัง
4) การเพิ่มของเส้นรอบศีรษะ
5) การขึ้นของฟัน
6) การเจริญเติบโตของอวัยวะเพศ
ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ หมายถึง ความสามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายซึ่งเริ่มจากศีรษะสู่ปลายเท้าจากลำตัวไปยังแขนมือและนิ้วจากสะโพกไปยังขาจนปลายเท้ามี ลักษณะพัฒนาการที่สำคัญ 8 ประการ คือ การเดินสลับเท้าขึ้น - ลงบันได การวิ่งการกระโดดสองขาข้ามสิ่งกีดขวาง การก้าวกระโดด การถีบจักรยานสามล้อ การปีนป่าย การขว้างหรือโยนของเหนือศีรษะและรับของที่คนอื่นโยนให้
การประเมินพฤติกรรมด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็กปฐมวัย
การประเมินพัฒนาการเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี
1. ประเมินพัฒนาการของเด็กครบทุกด้าน
2. ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง
3. ประเมินด้วยวิธีการที่หลากหลาย ซึ่งวิธีการประเมินที่เหมาะสมกับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี มีการสังเกตพฤติกรรมของเด็กในกิจกรรมต่างๆ และกิจวัตรประจำวัน การบันทึกพฤติกรรม การสนทนา การสัมภาษณ์เด็กและผู้ใกล้ชิด และการวิเคราะห์ข้อมูลจากผลงานเด็กสำหรับวิธีการประเมินที่เหมาะสมและควรใช้กับเด็กอายุ 3 - 6 ปี ได้แก่ การสังเกต การบันทึกพฤติกรรม การสนทนากับเด็ก การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลจากผลงานเด็กที่เก็บอย่างมีระบบ
4. บันทึกพัฒนาการลงในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (เล่มสีชมพู) และใช้คู่มือการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข หรือของหน่วยงานอื่น
5. นำผลที่ได้จากการประเมินพัฒนาการไปพิจารณาจัดกิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้และมีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย
การประเมินพัฒนาการเด็กอายุ 3 - 6 ปี
1.การสังเกตและบันทึกพฤติกรรม มี 2 แบบ คือ
- การสังเกตอย่างเป็นทางการหรือการสังเกตอย่างมีระบบเป็นการสังเกตอย่างมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอนตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า
- การสังเกตอย่างไม่เป็นทางการ เป็นวิธีที่พ่อแม่ ผู้ปกครองส่วนมากฝ้าดูและสังเกตการเล่นของเด็กโดยไม่มีการจดบันทึก
การสังเกตพฤติกรรมครูและผู้ดูแลเด็กตระหนักถึงความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดให้แก่เด็กในแต่ละวัน การบันทึกพฤติกรรมที่ได้จากการสังเกตมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เนื่องจากกล้ามเนื้อใหญ่ของเด็กปฐมวัยมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เครื่องมือที่ใช้ประกอบการสังเกตมีหลายชนิด ดังตัวอย่างต่อไปนี้
1.1 แบบบันทึกข้อมูล
ในการบันทึกข้อมูลที่ได้จากการสังเกต มี 3 ส่วน คือ
1) การบันทึกพฤติกรรม เหตุการณ์ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น
2) การบันทึกความคิดเห็น การแปลความ และการสรุปพฤติกรรมของเด็กจากข้อมูลที่ได้จาก
การสังเกต
3) ข้อเสนอแนะในการช่วยเหลือ



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น